YAMADA

ผลงานจิตรกรรมศิลปะแนวเหมือนจริงที่สะท้อนตัวตนของศิลปิน YAMADA

ศิลปะ…เปรียบเสมือนโลกทั้งใบของYAMADA ศิลปินรุ่นใหม่ผู้คลั่งไคล้การศิลปะเหนือสิ่งอื่นใด และสามารถผสมผสานรูปแบบศิลปะที่หลากหลายทั้ง ศิลปะแนวเหมือนจริง ป๊อปอาร์ต และสตรีทอาร์ตให้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวบนผืนผ้าใบของเขา

YAMADA หรือ ปฏิภาณ จางวางสิทธิ์ มีพรสวรรค์ในการวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ จากความชื่นชอบในการ์ตูนดราก้อน บอล และอยากนำตัวการ์ตูนเหล่านี้ติดตัวไปด้วยทุกที่ เขาจึงเริ่มวาดรูปลงในสมุดและพกไปโรงเรียนด้วย จากนั้นเขาก็มักจะใช้เวลาทั้งหมดที่มีเพื่อฝึกฝนทักษะการเขียนรูปด้วยตนเองมาตลอด แทนการออกไปวิ่งเล่นเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน เพราะเขารู้สึกว่า ศิลปะทำให้เขามีความสุขมากที่สุด และเมื่อครูที่โรงเรียนเห็นความสามารถทางศิลปะของ YAMADA จึงพาเขาไปแข่งขันวาดรูปตามที่ต่างๆ ที่มีการจัดงานประกวดจนได้รับรางวัลมากมาย และเขาก็ได้พัฒนาทักษะในการเขียนรูปให้มีความชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เขาก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งที่นั่นทำให้เขายิ่งหลงรักการวาดรูปยิ่งขึ้นไปอีก จากที่เคยสร้างสรรค์งานศิลปะในแนวเหมือนจริงมาตลอด เขาก็เริ่มออกไปพ่นกำแพงตามแบบกราฟฟิตี้ และสตรีทอาร์ต ทำให้เขาค้นพบโลกใบใหม่ที่ให้อิสระกับการความเป็นตัวตนและการสร้างสรรค์งานมากขึ้นโดย YAMADA มักจะพ่นสเปรย์เป็นรูปฟอนต์ตัวหนังสือและเส้นสายกราฟิกต่างๆ ที่เน้นเรื่องความสวยงามมากกว่าแนวความคิดที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเรื่องราว ซึ่งจะแตกต่างจากผลงานที่เรียนที่เขาทำอยู่อย่างสิ้นเชิง และในช่วงนั้นเขาก็เริ่มสนใจศิลปะป๊อป อาร์ต และเริ่มสะสมของเล่นวินเทจที่เขาเคยชื่นชอบแต่ไม่มีโอกาสได้ซื้อมันในวัยเด็ก ทำให้เขาอยากจะนำของเล่นแสนรักเหล่านี้ไปใส่ในผลงานจิตรกรรมด้วย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของ YAMADA จวบจนถึงปัจจุบัน

 

ศิลปิน YAMADA มักจะวางโครงสร้างหลักของภาพเขียนให้อยู่ในรูปแบบศิลปะเหมือนจริง ที่ต้องใช้ทักษะฝีมือและความประณีตอย่างมากในการสร้างสรรค์ โดยเรื่องราวที่เขาหยิบยกมาพูดถึงมักเป็นการสะท้อนประเด็นต่างๆ ในสังคม ซึ่งเขาจะวาดของเล่นต่างๆให้อยู่ในสถานการณ์สมมุติ เพื่อถ่ายทอดแนวความคิดที่เขาต้องการจะสื่อ เช่น การนำโมเดลทหารที่เขาอยากเล่นมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ แต่ไม่มีโอกาสได้เล่น มาเป็นสัญลักษณ์แทนผู้ที่มีพลัง อำนาจ แต่ศิลปินได้ลดทอนบุคลิกที่ดูน่ากลัว น่าเกรงขาม ให้มีความน่ารักและขี้เล่นมากขึ้น หรือลูกโป่งแฟนซีกับลวดหนาม ที่เปรียบเสมือนเด็กไร้เดียงสาผู้บอบบาง กับผู้ใหญ่ที่พร้อมจะทิ่มแทง หรือกำหนดทิศทางให้เด็กเดินตาม ในส่วนของรูปแบบและเทคนิค นอกจากใช้รูปแบบเหมือนจริงแล้ว ยังมีการเติมสีสันและรายละเอียดของความสนุกด้วยกลิ่นอายป๊อป อาร์ต ร่วมกับเทคนิคการพ่นสเปรย์แบบงานสตรีทอาร์ตเพื่อสร้างพื้นผิวและบรรยากาศให้ดูฟุ้งๆ ตามที่เขาได้จินตนาการไว้