CUSCUS THE CUCKOOS

การผจญภัยในโลกศิลปะสุดแฟนตาซีของ CUSCUS THE CUCKOOS

โดยทั่วไปแล้ว ศิลปินมักจะหยิบแรงบันดาลใจหรือจากประสบการณ์ชีวิตของตนเองมาถ่ายทอดลงในผลงาน ประมาณ 1-3 เรื่อง แต่น้อยคนนักที่จะสามารถบอกเล่าโลกทั้งใบของตนเองออกมาได้ทั้งหมดในภาพเดียว หนึ่งในนั้นก็คือ CUSCUS THE CUCKOOS ซึ่งขอบอกเลยว่า ใครที่ได้หลุดหลงเข้าไปในโลกจินตนาการสุดแฟนตาซีของเธอแล้วจะสนุกจนแทบไม่อยากกลับออกมาเลยทีเดียว

คุณกุ๊ก – ชนิดา วรพิทักษ์ หรือศิลปินที่รู้จักกันในชื่อ CUSCUS THE CUCKOOS เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตที่น่าสนใจและทั้งหมดได้ถูกหล่อหลอมมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างมีเอกลักษณ์  ตั้งแต่วัยเด็กเธอเติบโตมากับคุณแม่ที่มีอาชีพเป็นช่างตัดเย็บชุดแต่งงาน เธอจึงซึมซับขั้นตอนการทำงานอันประณีต พิถีพิถัน ซึ่งอาจกลายมาเป็นความชื่นชอบในแฟชั่นและงานออกแบบอย่างไม่รู้ตัว นอกจากนี้เธอยังมีคุณพ่อเป็นผู้จุดประกายความรักในงานศิลปะให้กับเธอ โดยเขาคือครูคนแรกที่สอนให้เธอเขียนรูป คุณพ่อของเธอมีพรสวรรค์ในงานศิลปะ แต่เขาไม่มีโอกาสได้เรียนที่สิ่งที่รัก และหันไปประกอบอาชีพอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเขาสนใจรองลงมานั่นคือ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้พิทักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งศิลปินมักจะใช้เวลาตลอดช่วงปิดเทอมอยู่ที่นั่นกับคุณพ่อ ทำให้เธอได้เรียนรู้การอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ป่า ตามที่คุณพ่อได้ถ่ายทอดให้กับเธอ และยังได้เพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือนิทานสวยๆ ในห้องสมุดของชุมชน  อีกทั้งยังชื่นชอบการชมภาพยนตร์ และอ่านนวนิยาย Sci-fi ของคุณพ่อจนจบทุกเล่ม รวมถึงอ่านการ์ตูนอะนิเมะของญี่ปุ่น พอเริ่มโตเป็นวัยรุ่น เธอก็เริ่มสะสมหนังสือนิทาน สมุดภาพ หนังสือภาพสวยๆ ที่มักหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือเก่าที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งมาจากความประทับใจในวัยเด็ก และหนังสือเหล่านี้ก็ทำให้เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงของสิ่งต่างๆ สีสันที่สวยงาม ภาพประกอบ การจัดวางองค์ประกอบ และงานออกแบบต่างๆ นอกจากการสะสมหนังสือนิทานแล้ว เธอยังชอบสะสมหนังสืองานออกแบบสวยๆ สะสมตุ๊กตาวินเทจที่เธอมักซื้อกลับมา เพราะคิดว่ามันน่าสงสาร ถูกเจ้าของทิ้งจึงตั้งใจนำกลับมาดูแลอย่างดี สะสมของเล่น และใช้เวลาว่างด้วยการชมภาพยนตร์

แม้ศิลปินจะหลงใหลการวาดรูปมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นศิลปินหรือจิตรกรตั้งแต่แรก เธอไม่เพียงวาดรูปในสมุดวาดเขียนเท่านั้น แต่เธอชอบที่จะวาดรูปตามจินตนาการลงบนทุกสิ่ง ทุกวัสดุ หรือบนอะไรก็ได้ที่ไม่มีข้อจำกัด เมื่อจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยม เธอจึงเลือกเรียนต่อที่คณะนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งที่นั่นตอบโจทย์แนวทางความชอบและสิ่งที่เธอเป็นได้อย่างชัดเจน ทำให้เธอเรียนรู้ว่างานออกแบบไม่จำเป็นต้องนำเสนอไอเดียแต่บนกระดาษ แต่สามารถใช้สื่อได้อย่างหลากหลาย เช่นวีดีโอ ผืนผ้า และอื่นๆ อีกมากมาย หลังจบการศึกษาเธอก็ได้ทำงานในสาขาที่เรียนมา อาทิ กราฟิกดีไซเนอร์ และ อาร์ต ไดเรคเตอร์สลับกันไปมาเป็นช่วงๆ ก่อนที่จะมาเริ่มมีสตูดิโอสำหรับทำงานออกแบบและวาดรูป สร้างสรรค์งานศิลปะที่เธอรักอย่างจริงจัง

เมื่อเห็นผลงานศิลปะของเธอครั้งแรกหลายคนอาจจะคิด
ว่าเธอตัองการเล่าเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่า และธรรมชาติในอารมณ์ที่สนุกสดใส ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอผูกพันมาตั้งแต่เด็ก ทว่ามันคือความจริงเพียงส่วนเดียว เพราะรูปทรงของสัตว์เหล่านั้นมาจากของเล่นและตุ๊กตาวินเทจที่เธอสะสมด้วย โดยเธอต้องการให้คนมองเห็นคุณค่า และความงามจากของที่เคยถูกทิ้งเหล่านั้น อีกทั้งวิธีการเล่าเรื่องของเธอก็แตกต่างจากศิลปินทั่วไป เพราะการที่เธอชอบชมภาพยนตร์มากๆ เธอจึงหยิบเอาการเล่าเรื่องแบบในภาพยนตร์ที่เรียก “Dimensional  Cutter” หรือ มีดผ่าทะลุมิติ เอาทุกสิ่ง ทุกประสบการณ์ ทุกช่วงเวลามารวมอยู่ด้วยกัน เสมือนว่ากระพริบตาครั้งหนึ่งแล้วลืมตามาเห็นภาพทั้งหมดรวมอยู่ในฉากเดียวมาประยุกต์ใช้กับการทำงานศิลปะของเธออย่างน่าสนใจ